ผู้ที่อยู่ในแวดวงธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการผลิตคงเคยได้ยินระบบ JIT กันมาบ้างแล้ว วันนี้เรามาพูดคุยเรื่องนี้กันคะ
JIT ย่อมาจากคำว่า Just-In-Time ต้นกำเนิดมาจากดินแดนอาทิตย์อุทัย เป็นหนึ่งในแนวการบริหารกระบวนการผลิตแบบญี่ปุ่น สรุปความเป็นภาษาไทยคือ การบริหารให้มีสินค้าใช้ทันกับเวลาพอดี
การบริหารแบบ JIT เป็นการบริหารระบบการผลิตให้มีวัตถุดิบเข้ามาอยู่ในสต็อกทันความต้องการใช้พอดีอย่างสม่ำเสมอไม่สะสมไว้ล่วงหน้านาน กล่าวคือจะจัดซื้อก็ต่อเมื่อต้องการเท่านั้น จึงไม่มีสต็อกสินค้า เมื่อไม่มีสต็อกก็ไม่ต้องลงทุนสร้างคลังสินค้า ไม่ต้องจ้างคนมาเฝ้า ไม่มีของหาย ต้นทุนในการเก็บสินค้าคงเหลือจึงต่ำมาก ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเก็บสต็อกและพัฒนาคุณภาพการทำงาน วิธีนี้จึงต้องอาศัยการคำนวณให้มีการใช้สินค้าคงเหลือหมดพอดีกับที่สินค้าใหม่ที่สั่งไปเข้ามาใช้ทันการผลิตออกไปและพร้อมจัดส่ง
ซึ่งวิธีการนี้ใช้ได้ดีถ้ารู้ยอดที่จะต้องขายหรือต้องผลิตที่แน่นอน อีกทั้งต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ขายว่า จัดส่งวัตถุดิบหรือสินค้าให้ทันเวลาด้วย ฉะนั้น สถานที่ตั้งของซัพพลายเออร์จัดส่งวัตถุดิบและการขนส่งจึงเป็นปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของระบบ JIT เป็นอย่างมาก
สำหรับธุรกิจเล็กๆที่ยอดขายไม่แน่นอนและมีขนาดไม่มาก การใช้ระบบ JIT กับธุรกิจจึงยังไม่เหมาะนัก เพราะยากต่อการควบคุม
หากพูดถึงข้อดีของระบบ JIT แจกแจงออกมาเป็นข้อๆแล้ว ช่วยในด้านการจัดการบริหารธุรกิจดังต่อไปนี้
1.การดำเนินการผลิตเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
2.การทำให้เกิดระดับยอดขายสูงสุด มีสินค้าคงเหลือระดับพอเพียงและเหมาะสมตลอดเวลา ช่วยทำให้ส่ามารถส่งสินค้าให้กับลูกค้าได้ทันทีเมื่อลูกค้าต้องการ
3.การป้องกันความสูญเสียจากสินค้าคงเหลือ ถูกขโมย เสื่อมค่า หรือใช้การผลิตอย่างไม่คุ้มค่าทำให้เกิดการเสียหายต่อระบบ ช่วยให้ทราบอัตราการสูญเสียของวัตถุดิบ ว่าใช้วัตถุดิบอย่างไร การควบคุมดีพอหรือไม่ จึงทำให้ผลิตสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนลดลง
4.การทำให้ค่าใช้จ่ายลงทุนในสินค้าคงเหลือในด้านต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายเก็บรักษาสินค้าอยู่ในระดับต่ำสุด ขณะที่สต็อกการผลิตและการขายเป็นไปต่อเนื่องทั้งประหยัดและไม่เสียโอกาสในการขาย
หากมองระบบการบริหารงานแบบ JIT แล้ว น่าจะเป็นคำตอบได้อย่างหนึ่งว่า ตั้งแต่ในอดีตแม้ว่าญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูง แต่ยังรักษาความสามารถในการแข่งขันอยู่นาน ปัจจัยหนึ่งน่าจะมาจากความสามารถในการใช้ระบบ JIT อย่างมีประสิทธิภาพสูงจนได้ต้นทุนต่ำ ยิ่งในปัจจุบัน ผู้ประกอบการญี่ปุ่นย้ายฐานการผลิตมาอยู่ในประเทศที่ต้นทุนค่าแรงรวมถึงค่าบริหารต่ำกว่าในประเทศ การได้การบริหารจัดการ JIT มาช่วยยิ่งสร้างความได้เปรียบมากขึ้นในการแข่งขันในตลาดโลก...