
กก.ผจก.เอสเอ็มอีแบงก์
เอสเอ็มอีแบงก์ เผยธนาคารยังไม่แผนปรับดอกเบี้ย ตามมติของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ชี้ยังมีทุนเพียงพอในการบริหารจัดการและปล่อยกู้ ส่วนการปล่อยสินเชื่อจากเหตุการณ์การชุมนุมราชประสงค์อยู่ระหว่างการประชุมหารือ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ โดยมีผู้ประกอบการที่มายืนขอกู้เพิ่มวงเงิน ประมาณ 1,000 ล้านบาท หรือ 2,000ราย ส่วนหนี้NPL ตั้งเป้าสิ้นปีลดให้เหลือ 20%
นายโสฬส สาคร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงินมีมติปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นเป็น 1.50% จาก 1.25% นั้น โดยธนาคารพาณิชย์ต่างทยอยปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นทั้งเงินกู้และเงินฝากขึ้นไปแล้ว
ในส่วนของเอสเอ็มอีแบงก์ เนื่องจาก ปัจจุบันมีเงินทุนจากการระดมเงินฝากเพียงพอที่จะเป็นทุนในการบริหารกิจการและปล่อยกู้ให้แก่ลูกค้า จึงไม่จำเป็นต้องมีการปรับดอกเบี้ยในช่วงนี้ ซึ่งธนาคารมีเงินฝากในช่วงที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 40,000 ล้านบาท โดยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากนิติบุคคลต่ำกว่า 3 เดือนอยู่ที่ไม่เกิน 0.75% ดอกเบี้ยประจำ 3 เดือน 1%
สำหรับในส่วนของการปล่อยสินเชื่อสามารถปล่อยสินเชื่อไปได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ ขณะนี้สามารถปล่อยสินเชื่อไปได้ประมาณเกือบ 10,000 ล้านบาท ซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ชุมชนในย่านราชประสงค์ จำนวน 5,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นการปล่อยสินเชื่อปกติ ตามโครงการ SME POWER คาดว่าพอถึงสิ้นปี สามารถปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ 20,000 ล้านบาท โดยขณะนี้เหลือสินเชื่อทั่วไป 1 ปี ที่สามารถปล่อยได้อีกประมาณ 7,000 กว่าล้านบาท
ในส่วนของการปล่อยสินเชื่อในย่านราชประสงค์ ปัจจุบันปล่อยกู้ไปครบ 5,000 ล้านบาท หรือ จำนวน 10,400 ราย แต่เนื่องจากความต้องการที่จะขอสินเชื่อยังมีเข้ามาอยู่ โดยคิดเป็นจำนวนเงิน 1,000 ล้านบาท หรือ ประมาณ 2,000 ราย ซึ่งทางธนาคารจะได้มีการประชุมหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อมาดูรายละเอียดและหาแนวทางการปฏิบัติ และนำเสนอคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งในเร็วนี้ จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าเงินที่จะนำมาปล่อยกู้จะมาจากส่วนไหน และข้อตกลงต่างๆจะยังเหมือนเดิมหรือไม่
นายโสฬส กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในส่วนของหนี้ NPL ของธนาคารนั้น ขณะนี้ ธนาคารสามารถปรับลดหนี้ลงได้ในระดับที่น่าพอใจ ปัจจุบันเหลือหนี้NPL อยู่ที่ประมาณ 30.5% ตั้งเป้าว่าพอถึงสิ้นปีจะพยายามลดหนี้ NPL ให้เหลือ 20% ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า ไม่สามารถทำตามเป้าที่รัฐบาลตั้งไว้คือให้ธนาคารพาณิชย์ของรัฐ ลดเหลือหนี้NPL ให้เหลือ ไม่เกิน10.5% เพราะต้องเข้าใจว่า เอสเอ็มอีเป็นธนาคารรัฐลูกหนี้ส่วนใหญ่ ฐานะจึงด้อยกว่าธนาคารพาณิชย์อื่นๆ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 กรกฎาคม 2553 18:00 น.
http://www.manager.co.th/SMEs/ViewNews.aspx?NewsID=9530000104144